เรือหักปีกหงส์ไม่สำเร็จแค่ไล่เจ๊า1-1ยึดที่3ต่อ

”เรือใบ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเจอกับ ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เริ่มต้นเกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมบุกทันที ดาบิด ซิลบา ไหลบอลให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง แต่เป็นการล้ำหน้า เช่นเดียวกับทางลิเวอร์พูลที่ ซิมง มิโญเล่ต์ วางบอลยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ แต่ก็เป็นการล้ำหน้า

นาทีที่ 9 ยาย่า ตูเร่ ไหลบอลทะลุให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปยิง แต่เป็นการยกธงล้ำหน้าก่อนแล้ว และเกมในช่วง 15 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ทำได้ดีกว่า แต่ยังมีปัญหาการเข้าทำประตู

นาทีที 20 สเตอร์ลิงไหลบอลต่อให้ซาเน่ ก่อนที่ซาเน่ยิงไปติดขาของมิโญเล่ต์กระดอนออกมาหน้าเขตโทษแล้ว ดาบิด ซิลบา ยิงย้ำ แต่หลุดออกซ้ายอย่างน่าเสียดาย

แต่ถัดมา เอ็มเร่ ชาน มีโอกาสยิงในเขตโทษทางขวา แต่โดนบล็อก ต่อมามาเน่หลุดเข้าไปโดนสโตนส์เบียดมาด้านหลังล้มลง ก่อนจะโดนกาบาเยโร่รับได้ แม้ว่ามาเน่จะโวยวายเอาลูกจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินให้เล่นต่อไป

นาทีที่ 35 จอร์จินโย่ ไวนัลดุม จ่ายบอลให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยิงด้วยเท้าขวาทางซ้ายของเขตโทษ แต่โด่งข้ามคาน และต่อมา เจมส์ มิลเนอร์ เปิดบอลเข้าไปให้ โฌแอล มาติป ยิงระยะ 6 หลา แต่หลุดออกทางซ้าย

แต่นาทีถัดมา แมนฯ ซิตี้โต้กลับมา ซิลบาล้มตัวสไลด์หลุดกรอบ จากนั้นมาติปยิงนอกกรอบ แต่โดนเซฟได้ ก่อนจะจบลงครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเล่นไปถึงนาทีที่ 48 ลิเวอร์พูลได้ลุ้น เมื่อคูตินโญ่ เปิดบอลจากด้านขวาของเขตโทษเข้าไปให้มาเน่ ยิงด้วยเท้าขวาระยะ 16 หลาแต่ข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

และนาทีถัดมา กาแอล กลิชี่ แบ็กซ้ายแมนฯ ซิตี้ กระโดดสกัดบอลสูงโดนหน้าอกของฟีร์มีโน่ ล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้ลิเวอร์พูลได้ลูกจุดโทษและชูใบเหลืองเตือนกลิชี่ ก่อนที่มิลเนอร์ จะยิงไม่พลาดให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0

นาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ได้ลูกเตะมุมทางมุมขวาเปิดเข้ามา โจนส์ โหม่งแต่หลุดออกหลังไป ต่อมานาทีที่ 65 แมนฯซิตี้ เปลี่ยนเอา บาการี่ ซาญ่า ลงไปแทน ยาย่า ตูเร่ และเกมรุกของแมนฯ ซิตี้เริ่มวูบวาบมากขึ้น

ความพยายามของแมนฯ ซิตี้มาประสบความสำเร็จในช่วงนาทีที่ 69 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากทางขวาเข้าไปหน้าประตู ให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงเข้าไปให้เจ้าบ้านตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 72 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นเมื่อ อดัม ลัลลานา จ่ายบอลให้กับฟีร์มีโน่ ยิงด้วยเท้าขวาจากทางซ้ายแต่หลุดออกทางซ้ายอย่างน่าเสียดาย

เรือใบได้โต้กลับมาบ้าง นาที 75 เกือบแซงจากบอลที่ชุลมุนในเขตโทษอเกวโร่ไม่ได้ยิงลูกมาเข้าทางเดอ บรอยน์ ซัดด้วยซ้ายไปชนเสาเหลี่ยมนอกเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

บอลยังแลกกันสนุก นาที 82 ลิเวอร์พูลได้โอกาสทองจากลูกโต้กลับมาเน่สปีดขึ้นมาก่อนไหลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ฟีร์มีโน่ซัดไปเข้าตาข่ายด้านข้าง

ทางเข้า holiday palace ท้ายเกมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าบ้านเกือบได้ประตู เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ยกบอลจากฝั่งขวามาเสาไกลให้ อเกวโร่ ได้ยิงนอกกรอบ แต่บอลข้ามคานออกไปจบเกมเสมอกัน 1-1 แบ่งไปทีมละแต้ม

For more post, please visit เรือหักปีกหงส์ไม่สำเร็จแค่ไล่เจ๊า1-1ยึดที่3ต่อ.